Archive | ไก่ชนไทย RSS feed for this section

ไก่ชนไทย

30 ส.ค.
 
ไก่ชนไทยก็คือ

 

          ไก่พื้นเมืองไทยที่มีเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป ในชนบททุกหมู่บ้านทุก        

 

ครัวเรื่อนทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชื่อในทางวิทยาศาสตร์ได้

 

จัด หมวดหมู่ไก่พื้นเมืองไทย(Domestie Fowl)ไว้ดังนี้

 

Order Galliformes,Famil Phasianidae,Class Aves

 

ข้อดีของไก่พื้นเมืองไทย คือเป็นไก่ที่มีสายพันธุ์ดีแข็งแรงอดทน

 

มีภูมิต้านทานต่อโรค สามารถฟักไข่เองเลี้ยงลูกได้เองหาอาหาร

 

เลี้ยงตัวเองได้เก่งคนไทยจึงนิยมเลี้ยงไว้เพื่่่่่อเป็นอาหารในครัว

 

เรือน และบางตัวมีรูปร่างสีขนสวยงามก็เลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความ

 

เพลิดเพลินหากตัวไหนมีลักษณะเชิงชนเก่ง ก็จะเลี้ยงไว้ในเกม

 

กีฬาชนไก่ชนไทยจึงยืนหยัดอยู่คู่คนไทยมาช้านาน ไก่พื้นเมือง

 

ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้นตระกูลไก่ทีนำ

 

ไปเลี้ยงทั่วโลกดังนั้นวัฒนธรรมการเลี้ยงไก่พื้นบ้านของคนแถบ

 

ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงมีมาช้านานรวมถึงวัฒนธรรม

 

การชนไก่ ก็มีมาพร้อมๆกันโดยได้พบหลักฐานภาพแกะสลักบน

 

หินรอบปราสาทนครวัดของขอมเมื่อ 1,000ปีมาแล้วและยังได้

 

พบภาพเช่นเดียวกันนี้ที่ปราสาทนครทมซึ่งมีอายุประมาณ800ปี

 

ซึ่งเป็นหลักฐานว่าได้มีการเล่นชนไก่มามากกว่าพันปีแล้ว ส่วน

 

ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้บันทึกไว้ว่าพระนเรศวรมหาราชได้ทรง

 

ชนไก่ชนะพระมหาอุปราชาแห่งประเทศพม่าเมื่อสี่ร้อยปีมาแล้ว

 

โดยมีภาพเขียนรูปพระนเรศวรชนไก่กับพระมหาอุปราชาที่วัด

 

สุวรรณดารามจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบันทึกใต้ภาพว่าปีพ.ศ.2121

 

เมื่อเร็วๆนี้ที่วัดท่ามะปรางจังหวัดพิษณุโลกได้ขุดพบพระรูปพระ

 

นเรศวรอุ้มไก่เป็นดินเผาขนาดหน้าตัก7นิ้วสูง9 นิ้วพบที่ฐาน

 

เจดีีย์ทรงลพบุรีซึ่งกรมศิลปกรได้สันนิษฐานว่าอายุราวกรุงศรีอยุ

 

ธยาตอนปลายคือประมาณ200 ปีซึ่งเป็นการยืนยันประวัติการ

 

ชนไก่ของพระนเรศวรมหาราชประเพณีและวัฒนธรรมการชนไก่

 

ของคนไทยได้สือทอดกันมานานดังคำคล้องจองที่กล่าวกันในหมู่

 

คนไทยในชนบทว่า”เสร็จจากการทำนากัดปลาชนไก่ชกมวย

 

และ การแข่งเรือยาวมรดกภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รักษาการเลี้ยง

 

ไก่ชนการคัดเลือกไก่เก่งการผสมพันธุ์ไก่จึงได้ตกทอดมาสู่ยุค

 

ปัจจุบันดังที่กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญรวบรวมสายพันธุ์ไก่ชน

 

ไทยขึ้นมาได้12สายพันธุ์ในหนังสือลักษณะและมาตรฐานไก่พื้น

 

เมืองไทยปีพ.ศ.2546 คือ1.อุดมทัศนีย์ไก่เหลืองหางขาว

 

2.อุดมทัศนีย์ไก่พระนเรศวร  3.อุดมทัศนีย์ไก่ประดู่หางดำ

 

4.อุดมทัศนีไก่ประดู่เลาหางขาว5.อุดมทัศนีย์ไก่เขียวเลาหางขาว

 

6.อุดมทัศนีย์ไก่เขียวเลาหางขาว

 

7.อุดมทัศนีย์ไก่เทาหางขาว8.อุดมทัศนีย์ไก่ทองแดงหางดำ

 

9.อุดมทัศนีย์ไก่นกแดง10.อุดมทัศนีย์ไก่นกกรด11.อุดดมทัศนีย์

 

ไก่ลายหางขาว 12.อุดดมทัศนีย์ไก่ชี สถาณการณ์ไก่ชนไทย

 

ในปัจจุับันนับว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะว่ามีการกลายพันธุ์

 

เป็นอันมากเป็นไก่ผสมข้ามพันธุ์บางสายพันธุ์น่าจะสูญพันธุ์

 

ไปแล้ว เพราะว่าไม่พบเห็นในวงการไก่ชนหรือไก่ประกวดสวยงาม

 

ไก่ชนเหลืองหางขาว และไก่ชนนเรศวรนับว่าได้รับการอนุรักษ์

 

จากภาคเอกชนมากส่วนไก่ประดู่หางดำประดู่แสมดำและประดแข้ง

 

เขียวตาลายจึงนับว่าไก่ชนไทยมี12สายพันธุ์แต่ยังมอีกหลายสาย

 

พันธุ์ที่แบ่งย่อยออกไปในแต่ละสายพันธุ์นอกจากนี้ทางราชการ

 

ยังไม่มีพระราชบัญญัติอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ไทยมาคุ้มครองปล่อยให้

 

การนำสายพันธุ์ไก่ชนจากต่างประเทศเข้าผสมข้ามสายพันธกับไก่

 

ชนไทยยิ่งเพิ่มศักยภาพการกลายพันธุ์ของไก่ชนไทยสูงยิ่งขึ้น

 

ไก่ชนที่นำเข้ามามี ไก่ชนเวียดนาม ไก่ชนบราซิล และไก่ชนพม่า

 

นอกจากนี้เมื่อมีการระบาดไข้หวัดนก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546จนถึง

 

ปัจจุบัน ได้ทำลายไก่ชนของประเทศไทยเป็นอันมากทั้งตายด้วย

 

โรคไข้หวัดนกและด้วยวิธีฆ่าตัดตอนการระบาดจึงทำให้สภาพของ

 

ไก่ชนไทยขณะนี้อยู่ในระยะอันตรายที่จะสูญพันธุ์ในบางสายพันธุ์

 

ซ้ำยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐบาลที่จะหาวัคซีนมาเพื่อ

 

ป้องกันไข้หวัดนกเพื่ออนุรักษ์ไก่ชนไทยในกีฬาชนไก่ยังมการควบ

 

คุมสนามชนและเวลาชนก็มีน้อยวันในหนึ่งปีจึงทำให้จำนวนไก่ชน

 

ลดลงไปเรื่อยๆซ้ำร้ายยังไม่มีการสนับสนุนการตลาดซื้อขายใน

 

ประเทศและต่างประเทศซึ่งนิยมไก่ชนไทยเช่นประเทศอินโดนีเซีย

 

ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศมาเลเซียส่วนข้อดีในสถาณการณ์

 

ปัจจุบันได้มีการรวมตัวกันเพื่อการอนุรักษ์และเพื่อขอความช่วย

 

เหลือจากทางวิชาการจากทางราชการภาคเอกชนบางแห่ง

 

ได้พิมพ์หนังสือและวารสารไก่ชนออกมาจำหน่ายเป็นรายปักษ

 

และรายเืดือนหลายฉบับด้วยกันนับว่าเป็นแหล่งแสดงความคิด

 

เห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องภูมิปัญญาไก่ชนไทยด้วย

 
 
 
ไก่ชนพระนเรศวร
 
ความเป็นมาไก่ชนพระนเรศวรมหาราช เป็นไก่ชนตามประวัติื

 

ศาสตร์ที่ปรากฎอยู่ในพงศาวดารเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

 

ทรงพำนักอยู่ในประเทศพม่า พระองค์ทรงนำไก่เหลืองหางขาว

 

ไปจากเมืองพิษณุโลกเพื่อนำไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา

 

เป็นไก่ที่มีลักษณะพิเศษ มีความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้จึงชนชนะ

 

จนได้สมญาว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง”ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์

 

จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำการค้นคว้าและทำการส่งเสริมเผยแพร่

 

โดยจัดทำการประกวดครั้งแรกเมื่อ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๓๓ และ

 

ในปี ๒๕๓๔ ได้จัดตั้งชมรมอนุรักษ์ไก่ชนพระนเรศวรมหาราช

 

ขึ้นที่ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกโดยได้รับการ

 

สนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

 

จนถึงปี ๒๕๔๔ ได้จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนพระนเรศวรขึ้น

 

ทุกอำเภอรวม ๑๒ กลุ่ม

 

 

รูปพระองค์ดำตอนเด็กกับไก่ชน

 

 

รูปภาพการชนไ่ก่ของพระนเรศวร

 

 

CockFightingPalace

 

 

รูปพระนเรศวรอุ้มไก่ชน

 

 

พระนเรศวรอุ้มไก่ชนสมัยอยุธยา

 
พระนเรศวรอุ้มไก่ชนตอนปลายจัด

 

สร้างขึ้นครั้งแลกของเมืองพิษณุ

 

โลกถิ่นพระราชสมภพพระบรมรูป

 

พระนเรศวรอุ้มไก่วัดท่ามะปราง

 

(เงี้ยวที้งปืน)เมืองพิษณุโลกเป็นพระ

 

บรมรูปเนื้อดินเผาสมัยอยุธยาตอน

 

ปลายขนาด๗นิ้วขุดพบใต้ฐานพระ

 

ปรางค์วัดท่ามะปรางขณะปรับพื้่นที่

 

่ขยายกำแพงแก้วทำการก่อสร้าง

 

อุโบสถหลังใหม่เมื่อพ.ศ.๒๕๐๘

 

พระพุทธรูปสำริดสมัยอยุธยาลพบุรี

 

พร้อมศิลปวัตถุอื่นๆจำนวนมากวัด

 

ท่ามะปรางสันนิษฐานว่าสร้างมาแต่

 

สมัยสุโขทัย จน พ.ศ. ๒๔๑๗

 

ได้ถูกแม่น้ำน่านกัดเซาะพระเจดีย์

 

พังลงน้ำและพบพระพิมพ์ท่ามะปราง

 

เนื้อชินเนื้อดินเผาเป็นจำนวนมาก

 

ในปีพ.ศ.๒๔๑๘ทหารจากมณฑล

 

พิษณุโลก ถูกเกณฑ์ไปปราบกบฏ

 

ฮ่อธงเหลืองที่เวียงจันทน์และพก

 

พระท่ามะปรางติดต้วไปด้วยได้ถูก

 

ทหารเงี้ยวซึ่งเป็นทหารช่วยลบของ

 

พวกฮ่อยิงด้วยปืนแต่ไม่ออกคิดว่า

 

ทหารไทยเป็นทหารผีจึงทิ้งปืนวิ่งหนี

 

เป็นที่มาของคำว่า”พระท่ามะปราง

 

เงี้ยวทิ้งปืนที่มีพุทธคุณเข้มขลัง

 

ที่สุดในสกุลของพระท่ามะปรางของ

 

ประเทศไทย…

 
 

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.